DHI คือเทคนิคการปลูกผมที่นำรากผมของตัวเองจากบริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ แล้วใช้ปากกาปลูกผมช่วยใส่รากผมลงในบริเวณที่ผมบางโดยตรง

DHI หรือ Direct Hair Implantation คือเทคนิคการปลูกผมที่นำรากผมของตัวเองจากบริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ แล้วใช้ปากกาปลูกผม Implanter Pen ช่วยนำรากผมลงในบริเวณที่ผมบางโดยตรง

DHI เด่นเรื่องความละเอียดในการนำรากผมลงปลูก โดยเฉพาะการควบคุมทิศทาง มุม และตำแหน่งของเส้นผมให้เหมาะกับแต่ละบริเวณ
ทั้ง FUE และ DHI เป็นเทคนิคปลูกผมที่ใช้รากผมของตัวเอง แต่แตกต่างกันที่ขั้นตอนการนำรากผมลงปลูก และวิธีควบคุมตำแหน่ง มุม และทิศทางของเส้นผม
• แพทย์เก็บรากผมจากบริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ
• จากนั้นเปิดช่องบริเวณที่ต้องการปลูก
• แล้วจึงนำรากผมใส่ลงในตำแหน่งที่เตรียมไว้
• เหมาะกับการปลูกผมในหลายลักษณะ ขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์
• แพทย์เก็บรากผมจากบริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะ
• นำรากผมใส่ในปากกาปลูกผม Implanter Pen
• ใช้ปากกาช่วยนำรากผมลงในบริเวณที่ผมบางโดยตรง
• ช่วยควบคุมตำแหน่ง มุม และทิศทางของเส้นผมได้ละเอียด
สรุป: FUE และ DHI ไม่ได้แปลว่าเทคนิคใดเหมาะกับทุกคนเสมอไป การเลือกเทคนิคควรประเมินจากบริเวณที่ผมบาง จำนวนกราฟต์ คุณภาพรากผมด้านหลัง และเป้าหมายของแต่ละเคส
การเลือกปลูกผมด้วยเทคนิค DHI ควรพิจารณาลักษณะผมบาง บริเวณที่ต้องการปลูก และความเพียงพอของรากผมด้านหลัง โดยให้แพทย์ประเมินความเหมาะสมก่อนตัดสินใจ

มีปัญหาผมบางในบางบริเวณ และต้องการเพิ่มความหนาแน่นของเส้นผม

มีแนวไรผมถอยร่น หรืออยากปรับแนวผมให้เหมาะกับรูปหน้า

มีรากผมบริเวณด้านหลังหรือด้านข้างศีรษะที่เหมาะสมสำหรับนำมาปลูก

ต้องการวางแผนตำแหน่ง มุม และทิศทางเส้นผม โดยให้แพทย์ประเมินเป็นรายบุคคล
สรุป: DHI อาจเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเติมผมบางเฉพาะจุดหรือปรับแนวไรผม แต่ควรให้แพทย์ประเมินบริเวณที่ต้องการปลูกและความเพียงพอของรากผมด้านหลังก่อนตัดสินใจ
ก่อนตัดสินใจปลูกผม DHI ควรทำความเข้าใจเรื่องจำนวนรากผมที่นำมาใช้ การประเมินของแพทย์ ค่าใช้จ่าย และการดูแลหลังปลูก เพื่อวางแผนให้เหมาะกับแต่ละบุคคล
รากผมที่นำมาใช้ปลูกมีจำนวนจำกัด หากเก็บกราฟต์มากเกินไป อาจทำให้บริเวณด้านหลังดูบางลง
แพทย์ควรตรวจสภาพหนังศีรษะและประเมินจำนวนกราฟต์ที่ต้องใช้ให้เหมาะกับแต่ละเคส
DHI อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในบางเคส โดยขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์และสภาพเส้นผมของแต่ละบุคคล
ควรหลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณที่ปลูก สระผมตามคำแนะนำ และงดกิจกรรมหนักในช่วงแรก
การปลูกผม DHI เริ่มจากการประเมินและออกแบบแนวผม เก็บรากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะ ก่อนใช้ Implanter Pen ช่วยนำรากผมลงในบริเวณที่ต้องการปลูก
แพทย์ตรวจบริเวณผมบางและรากผมด้านหลัง พร้อมออกแบบแนวผม
ทำให้บริเวณที่จะเก็บและปลูกผมชา ลดความรู้สึกเจ็บ
ใช้เครื่องมือขนาดเล็กนำรากผมออกทีละกราฟต์จากด้านหลังศีรษะ
คัดแยกและตกแต่งกราฟต์ ก่อนนำใส่ปากกาปลูกผม Implanter Pen
คัดแยกและตกแต่งกราฟต์ ก่อนนำใส่ปากกาปลูกผม Implanter Pen
ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เพื่อช่วยให้รากผมฟื้นตัวและงอกได้ดี
หลังปลูกผม DHI ควรดูแลหนังศีรษะตามคำแนะนำของแพทย์ และระมัดระวังบริเวณที่ปลูกในช่วงแรก
หลีกเลี่ยงการกระทบกระเทือนบริเวณที่ปลูก และดูแลเรื่องการนอนตามคำแนะนำของแพทย์
สระผมตามวิธีและเวลาที่แพทย์แนะนำ หลีกเลี่ยงการขยี้หรือเกาหนังศีรษะ
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนัก ยกของหนัก หรือกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมากในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก
ระมัดระวังการสัมผัสแสงแดดจัดในช่วงเดือนแรก และป้องกันแสงแดดตามคำแนะนำ
ตัวอย่างเคสปลูกผมจริง เพื่อให้เห็นภาพการวางแผนแนวผมและการเปลี่ยนแปลงตามระยะเวลา
รวมคำถามที่คนสนใจปลูกผมแบบ DHI มักอยากรู้ก่อนตัดสินใจ
ทั้งสองเทคนิคใช้รากผมจากบริเวณด้านหลังศีรษะได้เช่นกัน แต่ DHI ใช้ปากกาปลูกผม Implanter Pen ช่วยนำรากผมลงปลูก ส่วน FUE ตามวิธีที่เปรียบเทียบนี้จะเตรียมช่องปลูกก่อนนำกราฟต์ลงไป
DHI อาจมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าในบางเคส โดยขึ้นอยู่กับจำนวนกราฟต์ สภาพเส้นผม และแผนการปลูกของแต่ละบุคคล
รากผมที่นำมาจากบริเวณด้านหลังศีรษะที่เหมาะสมสามารถเติบโตได้ในระยะยาว ทั้งนี้ควรให้แพทย์ประเมินสภาพเส้นผมและปัจจัยของแต่ละบุคคลก่อนปลูก
ผู้หญิงสามารถปลูกผม DHI ได้ในบางกรณี เช่น แนวผมบาง หน้าผากกว้าง หรือผมบางเฉพาะบริเวณ โดยแพทย์ต้องประเมินสาเหตุผมร่วงและบริเวณที่นำรากผมมาใช้ก่อน
ควรระมัดระวังบริเวณที่ปลูกในช่วงแรก สระผมตามวิธีที่แพทย์แนะนำ และหลีกเลี่ยงกิจกรรมหนักในช่วง 1–2 สัปดาห์แรก โดยปฏิบัติตามคำแนะนำเฉพาะเคส
เริ่มจากการประเมินบริเวณผมบาง แนวผมที่ต้องการ และความแข็งแรงของรากผมด้านหลัง เพื่อวางแผนจำนวนกราฟต์ให้เหมาะกับแต่ละเคส



138/42-43 ถนนพรหมนิมิตร ตำบลวัดไทรย์
อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ 60000
เปิดบริการทุกวัน 11.00 - 19:30 น.
โทร : 062-6566636