ความรู้สำหรับคนต้องการปลูกผม
อายุเยอะปลูกผมได้ไหม ?
plus.svg

      อายุเยอะก็สามารถปลูกผมได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นมีอายุ 50 60 70 ปี ก็สามารถปลูกผมได้นะครับ เนื่องจาก การปลูกผมเป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก แต่ว่าเราจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ในการปลูกนะครับ ใช้เวลาตั้งแต่ 4 - 6 ชั่วโมง ขึ้นไปนะครับ ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ในแต่ละเคส แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจจะพิจารณาในเรื่องของโรคประจำตัว รึว่าการใช้ยามากกว่านะครับ แต่ก็ใช่ว่าคนที่มีโรคประจำตัวจะไม่สามารถปลูกผมได้นะครับ อาจจะต้องปรึกษาในเรื่องของคุณหมอที่ดูแลโรคประจำตัว ของแต่ละบุคคลก่อน ว่าสามารถปลูกผมได้หรือเปล่า มีข้อห้ามอะไรไหม ถ้ากรณีไม่มีข้อห้ามใดๆก็สามารถปลูกผมได้ครับ

ผมแบบนี้จะปลูกผมได้ไหม ?
plus.svg

       การปลูกผม คือการย้ายราก เหมือนย้าย ต้นไม้ไปทั้งต้น ผมที่ย้ายจากด้านหลังไปจะไม่ได้ขึ้นแล้ว แต่จะไปขึ้นทางด้านหน้าแทน เป็นการกระจายความหนา จากทางด้านหลังมาด้านหน้า เพราะฉะนั้น คนที่ไม่มีผมเลย หรือผมน้อยมากๆจนเกินไป ก็จะไม่สามารถปลูกผมได้ครับ

ก่อนปลูกผม เตรียมตัวอะไรบ้าง ?
plus.svg
การเตรียมตัวก่อนปลูกผม
1. เตรียม งดสูบบุหรี่ อย่างน้อย 2 สัปดาห์ก่อนการปลูกผม เนื่องจากการสูบบุหรี่จะทำให้หลอดเลือดตีบ ส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงบริเวณกราฟได้ไม่ดี โอกาสติดของกราฟจะลดต่ำลง
2. กลุ่มคนที่ มีโรคประจำตัว และ มียาที่ต้องทานประจำ จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ประจำตัวให้เรียบร้อยก่อนการผ่าตัดทุกชนิด เช่น ยาละลายลิ่มเลือด ยาลดความดันโลหิต ยาลดระดับน้ำตาลในเลือด
3. กลุ่มคนที่รับประทาน วิตามินต่างๆ เช่น Vitamin C, Astaxantin, Vitamin E, น้ำมันตับปลา จะมีผลในเรื่องของการแข็งตัวของเลือด ทำให้เลือดออกง่าย หยุดยาก การเขียวช้ำจะเยอะกว่าปกติ
4. กลุ่มคนที่รับประทาน เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ แนะนำให้หยุดรับประทานก่อนมาปลูกผม อย่างน้อย 1 สัปดาห์
5. วันที่มาปลูกผม แนะนำให้รับประทานอาหารมาให้อิ่มแต่พอดี ร่วมกับ สวมเสื้อเชิ๊ต ไม่แนะนำให้ใส่เสื้อยืด เนื่องจากเวลาถอดจะทำให้กราฟมีโอกาสหลุดได้
6. กรณีเดินทางมาไกล แนะนำให้จองที่พักใกล้ๆกับคลินิก เนื่องจากเช้าวันถัดไปหลังปลูกผม จะต้องเข้ามาคลินิกเพื่อล้างแผล
หลังปลูกผม ดูแลอย่างไรบ้าง ?
plus.svg
การดูแลรักษาหลังปลูกผมที่ Dr. Chin Clinic: คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมที่ Dr. Chin Clinic แม้ว่าข้อมูลการดูแลรักษาโดยละเอียดและเฉพาะเจาะจงของทางคลินิกอาจไม่ได้มีการเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปแล้ว การดูแลตัวเองหลังการปลูกผมถือเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์การขึ้นของเส้นผมใหม่ให้แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด แนะนำให้ติดต่อสอบถามโดยตรงกับทาง Dr. Chin Clinic เนื่องจากทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จะสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับเคสของคุณโดยเฉพาะ พร้อมทั้งอาจมีเอกสารคู่มือการดูแลตัวเองหลังปลูกผมมอบให้

แนวทางการดูแลตัวเองหลังปลูกผม

ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ปลูกผม:
ไม่ว่าจะเป็นการเกา แคะ หรือสัมผัสโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันกราฟผมที่ยังไม่แข็งแรงหลุดออก
- การนอน:
ควรนอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวประมาณ 45 องศา โดยใช้หมอน 2-3 ใบหนุนรอง เพื่อช่วยลดอาการบวม
- ระมัดระวังอุบัติเหตุ: ควรระวังเป็นพิเศษขณะขึ้น-ลงรถ หรือทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อไม่ให้ศีรษะกระทบกระเทือน

ช่วง 3-7 วันแรก
- การสระผม:
โดยปกติแล้วคลินิกจะนัดให้เข้าไปสระผมในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด และจะมีการสอนวิธีสระผมที่ถูกต้อง ควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนตามที่คลินิกแนะนำ และใช้วิธีการซับเบาๆ แทนการถูหรือขยี้แรงๆ
- อาการบวม:
อาจมีอาการบวมบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ ยุบลงเองภายใน 3-5 วัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่:
เนื่องจากจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงรากผม และทำให้แผลหายช้าลง
- การรับประทานยา:
ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งยาแก้อักเสบและยาแก้ปวด

ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- สะเก็ดแผล:
บริเวณที่ปลูกผมจะเริ่มตกสะเก็ด ห้ามแกะหรือเกาโดยเด็ดขาด ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งมักจะเริ่มหลุดออกหลังปลูกผมไปแล้วประมาณ 7-10 วัน
- งดการออกกำลังกายหนัก:
หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือมีการกระทบกระเทือนศีรษะ เช่น การวิ่ง, ว่ายน้ำ, หรือการยกของหนัก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด:
หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ควรสวมหมวกที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อป้องกันหนังศีรษะจากการโดนแสงแดดโดยตรง

หลัง 2 สัปดาห์ขึ้นไป
- การหลุดร่วงของเส้นผม:
เป็นเรื่องปกติที่เส้นผมที่ปลูกไปจะเริ่มหลุดร่วงในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก (ภาวะ Shock Loss) ไม่ต้องกังวลใจ เพราะรากผมยังคงอยู่และจะเริ่มสร้างเส้นผมใหม่ขึ้นมาในเดือนที่ 3-4 เป็นต้นไป
- การใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม:
ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สเปรย์ หรือเจลจัดแต่งทรงผม

การปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การปลูกผมได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น การสอบถามข้อมูลโดยตรงจาก Dr. Chin Clinic จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

กราฟผมคือ อะไร ?
plus.svg

กราฟต์ = รูขุมขน
1 รูขุมขน จะมีเส้นผม 1-4 เส้น แต่ละบุคคลมีขนาดของบริเวณกระโหลกศีรษะและเส้นผมที่แตกต่างกัน จึงใช้ปริมาณ “กราฟต์” ไม่เท่ากัน

จำนวนกราฟท์ที่ใช้ในการปลูกผม: ปัจจัยและการประเมินเบื้องต้น
plus.svg

ประเมินจำนวน " กราฟผม " ด้วยตัวเอง

จำนวนกราฟท์ (Graft) หรือกอผมที่ต้องใช้ในการปลูกผมถาวรนั้นไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเฉพาะบุคคล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายมากที่สุด
โดยทั่วไป "1 กราฟท์" จะมีเส้นผมอยู่ประมาณ 1-4 เส้น ซึ่งการจะทราบว่าต้องใช้จำนวนกราฟท์เท่าไหร่นั้น หมอจะพิจารณาจากปัจจัยหลักดังต่อไปนี้

ปัจจัยสำคัญในการกำหนดจำนวนกราฟท์
1. ระดับความรุนแรงของศีรษะล้าน: เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด โดยแพทย์มักใช้ มาตรวัดนอร์วูด (Norwood Scale) ในผู้ชาย และ มาตรวัดลุดวิก (Ludwig Scale) ในผู้หญิง เพื่อประเมินความรุนแรงและรูปแบบของผมร่วง ซึ่งจะช่วยให้คาดการณ์พื้นที่ที่ต้องใช้กราฟท์ได้
2. ขนาดของพื้นที่ที่ต้องการปลูก: พื้นที่ที่ต้องการปลูกมีขนาดกว้างมากน้อยเพียงใด เช่น การปรับแนวผมด้านหน้า, การเติมบริเวณกลางศีรษะ หรือการปลูกผมทั่วทั้งบริเวณที่ล้าน
3. ความหนาแน่นของเส้นผมที่ต้องการ: คนไข้ต้องการให้ผมที่ปลูกใหม่มีความหนาแน่นมากน้อยแค่ไหน โดยปกติความหนาแน่นที่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 กราฟท์ต่อตารางเซนติเมตร
4. คุณภาพของผมในบริเวณที่นำออกมา (Donor Area): บริเวณท้ายทอยและหลังใบหูมีเส้นผมที่แข็งแรงและหนาแน่นเพียงพอที่จะนำออกมาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน หากผมบริเวณนี้มีน้อยหรือบาง ก็อาจจำกัดจำนวนกราฟท์ที่สามารถปลูกได้
5. ลักษณะของเส้นผม: คนที่มีผมเส้นใหญ่ หนา หรือหยิกศก อาจใช้จำนวนกราฟท์น้อยกว่าคนที่มีผมเส้นเล็กและตรง เพื่อให้ได้ความหนาแน่นที่ดูใกล้เคียงกัน

สิ่งสำคัญที่ควรทราบ: ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น การประเมินที่แม่นยำที่สุดต้องมาจากการปรึกษาคุณหมอโดยตรง เพื่อให้หมอได้วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า คุณภาพเส้นผม และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ.

การปลูกผมในปัจจุบันมีกี่วิธี ?
plus.svg
มี 2 วิธีหลัก
วิธีที่ 1 Follicular Unit Transplant ( FUT )
เป็นการตัดเอาเนื้อเยื่อของผมมาเป็นชิ้นใหญ่ๆ แล้วตัดแบ่งเป็นกอผมเล็กๆ แต่วิธีนี้มีข้อเสียใหญ่ๆ คือ บริเวณแผลด้านหลังจะมีขนาดใหญ่ทำให้ไม่เป็นที่นิยม
วิธีที่ 2 Follicular Unit Extraction (FUE ) คือ การเจาะกราฟเป็นกราฟเล็กๆ จากบริเวณ safe zone ทำให้เกิดแผลขนาดเล็ก เวลาที่ผมยาวขึ้น ก็จะไม่เห็นบริเวณแผล แต่กรณีตัดผมเกรียน ก็จะสามารถเห็นได้ส่วนวิธีอื่นๆ เช่น เทคนิค MCG, DHI, Long Hair นับได้ว่าเป็นเทคนิคที่สูงขึ้นจากเทคนิค FUE โดยเป็นการพัฒนาเทคนิคให้ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อาจจะเรียกได้ว่า Advanced FUE
ข้อดี ของการปลูกผมแบบ FUE (Follicular Unit Extraction)
plus.svg
ข้อดีของการปลูกผม เทคนิค FUE

1.หลังทำเสร็จ ไม่ต้องลางาน ไม่ต้องพักฟื้น
2.การดูแลง่าย
3.แผลขนาดเล็ก ไม่เจ็บขณะทำ ทำให้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หรือ ลางาน ตอบโจทย์ คนในปัจจุบัน ที่ลางานยาก

ข้อดี ของการปลูกผมแบบ DHI (Direct Hair Implantation)
plus.svg
ข้อดี ของการปลูกผมแบบ DHI (Direct Hair Implantation)
     เป็นเทคนิคการปลูกผมโดยใช้ปากกานำปลูก แพทย์จะนำกราฟผมใส่เข้าไปในปากกาปลูก แล้วใช้ปากกาเจาะและปลูกพร้อมๆกันในครั้งเดียว ดังนั้นกราฟผมจะไม่เสียหายจากการถูกคีบ และหนังศีรษะจะไม่ช้ำจากการถูกเจาะหลายรอบ ทำให้โอกาสที่ผมจะขึ้น มีมากกว่าการใช้คีมปลูกผมนั่นเอง
1.ไม่จำเป็นต้องตัดผม ในบริเวณที่นำปลูก สำหรับคนที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์ กลัวคนทัก
2.ผิวหนังไม่ช้ำเท่าการปลูกด้วยคีม เพราะไม่ต้องเจาะก่อนการปลูกผม โอกาสที่จะปลูกผมติดมีมากกว่า
3.สามารถกำหนดการวางทิศทางของผม โดยเฉพาะ คนที่มีผมหยักโศก การปลูกผมแบบอื่นๆ จะทำให้กราฟผม เกิดการขึ้นที่ไม่เป็นระเบียบ ผมยุ่ง ผมพันกัน
4.กราฟเรียงสวย แน่น สามารถจัดเรียงตามแนวผมธรรมชาติอย่างละเอียด
5.กราฟบอบช้ำน้อยกว่า ทำให้อัตราการขึ้นของผมสูงกว่า
6.สะเก็ดแผลน้อย สามารถสระผมได้ตั้งแต่วันแรก
ข้อดี ของการปลูกผมแบบ Non-Shaven (ไม่โกนผม)
plus.svg

ข้อดีของการปลูกผมแบบ Non-Shaven (ไม่โกนผม)     
       
      
 ไม่ต้องเปลี่ยนทรงผมหรือโกนผมด้านหลัง ทำให้คนรอบข้างไม่สังเกตเห็นว่าไปทำศัลยกรรม, ซ่อนแผลได้เนียนทันที เพราะใช้ผมยาวปิดบัง, พักฟื้นน้อย สามารถกลับไปทำงานและใช้ชีวิตได้ตามปกติทันที, ภาพลักษณ์ไม่เสียหาย, และได้ผมที่ดูเป็นธรรมชาติตั้งแต่แรกเห็น.

- ไม่ต้องเปลี่ยนลุค: ไม่ต้องโกนผมด้านหลัง ทำให้ไม่ดูโป๊ะ หรือต้องอธิบายให้คนอื่นฟังว่าไปทำอะไรมา.
- ซ่อนแผลได้ทันที: เส้นผมที่ยาวอยู่แล้วจะช่วยปิดบังรอยเจาะเล็กๆ ได้ ทำให้ไม่เห็นแผลเลยตั้งแต่หลังทำเสร็จ.
- พักฟื้นน้อยมาก: สามารถกลับไปใช้ชีวิตประจำวันหรือทำงานได้ในวันถัดไป ไม่ต้องหยุดงานนาน
- ได้ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ: แนวผมดูเป็นธรรมชาติ ดูเหมือนผมยาวงอกขึ้นมาเอง.
- สะดวกสบาย: ไม่ต้องพันผ้าพันศีรษะ หรือใส่หมวกหลังทำ ทำให้ลดความอึดอัด.
- ความเสี่ยงต่ำ: เป็นเทคนิคที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ และมีความเสี่ยงน้อยกว่าวิธีอื่นๆ.

ข้อควรพิจารณา
- เทคนิคนี้ต้องใช้แพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญสูง และใช้เวลานานกว่าปกติ.
- อาจเก็บกราฟท์ผมได้ในจำนวนจำกัด (ประมาณ 1,500-2,000 กราฟท์) มากกว่าเทคนิคปกติ.
- ช่วงแรกอาจเห็นสะเก็ดเล็กๆ บริเวณที่ปลูก แต่จะค่อยๆ หายไป.


ข้อดี ของการปลูกผม/คิ้ว แบบ Longhair (ปลูกแบบยาว)
plus.svg

ข้อดีหลักของการปลูกผม/ปลูกคิ้ว แบบ Long Hair
       เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ เพราะใช้ผมยาวมาปลูก ทำให้สามารถจัดแต่งทรงและใช้ชีวิตได้ตามปกติโดยไม่ต้องรอผมงอกใหม่ ไม่ต้องโกนผมทั้งหมด (โดยเฉพาะบริเวณท้ายทอย) ทำให้รอยแผลซ่อนได้มิดและดูเป็นธรรมชาติมาก
เหมาะสำหรับคนที่ต้องการปรับปรุงภาพลักษณ์ด่วน ไม่ต้องพักฟื้นนาน และอยากให้คนอื่นสังเกตได้ยาก.

- เห็นผลทันที: สามารถเห็นแนวไรผมและกรอบหน้าที่ชัดเจนได้ในวันแรก ไม่ต้องรอให้ผมยาวเหมือนเทคนิคอื่น.
- ไม่ต้องโกนผม: ไม่จำเป็นต้องโกนผมทั้งศีรษะ (ด้านหลัง) ทำให้ดูเป็นธรรมชาติ และไม่ให้คนรู้ว่าเพิ่งปลูกผม.
- ไม่เห็นรอยแผล: เส้นผมที่ยาวอยู่แล้วจะช่วยบดบังสะเก็ดแผลเล็กๆ ทำให้รอยแผลหายเร็วและสังเกตเห็นได้ยาก.
- กลับสู่ชีวิตประจำวันได้เร็ว: ไม่ต้องพักฟื้นนาน สามารถไปทำงานหรือออกงานได้ในเวลาไม่กี่วันหลังทำ.
- จัดทรงผมได้ทันที: ผมที่ปลูกมีความยาว สามารถจัดแต่งทรงผมได้ทันทีหลังปลูก.
- เป็นธรรมชาติ: แพทย์สามารถออกแบบแนวไรผมและทิศทางได้แม่นยำ ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ.
- เหมาะกับทุกวัย: ทั้งผู้ชายและผู้หญิงที่ต้องการแก้ปัญหาผมบาง หรือปรับรูปหน้าให้ดูดีขึ้นได้ทันที.

เหมาะสำหรับ
- คนที่ต้องการแก้ไขปัญหาผมบาง/ศีรษะล้านอย่างเร่งด่วน.
- คนที่มีภาพลักษณ์ต้องดูแลเป็นพิเศษ (เช่น ดารา นักแสดง).
- คนที่ไม่อยากให้คนรอบข้างรู้ว่าเข้ารับการปลูกผม.
- คนที่ต้องการปรับกรอบหน้าหรือหน้าผากให้ดูดีขึ้นทันที.

หลังปลูกผมต้องใช้ยามั้ย ?
plus.svg

     คือ จริงส่วนนึงครับสำหรับคนไข้ที่ต้องใช้ยาต่อเนื่อง คือ คนไข้ที่ผมบางจากสาเหตุทางพันธุกรรม ซึ่งผมบางตามพันธุกรรม เป็นคนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้ามารักษาที่คลินิก การรับประทานยา  ในคนไข้ที่ผมบางจากพันธุกรรมที่ปลูกผมแล้วไม่รักษาต่อเนื่องจะเกิดอะไรขึ้น ผมบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากฮฮร์โมนเพศชาย เส้นผมจะมีขนาดค่อยๆเล็กลง เป็น vellus hair และหายไปในที่สุด ก็จะเกิดช่องว่างขึ้น ซึ่งทางคลินิกเอง จะใส่กราฟผมลงไปบางส่วนในช่องว่างอีกส่วนนึงคือ คนไข้ที่มาปลูกผมเพื่อปรับกรอบหน้า โดยไม่ได้มีปัญหาศีรษะบางทางพันธุกรรม ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยา แต่โดยธรรมชาติของเส้นผม เมื่ออายุมากขึ้น เส้นผมก็จะบางลง และขนาดของเส้นผมจะเล็กลง

หลังปลูกผม ผมจะเริ่มขึ้นตอนไหน ?
plus.svg

     หลังปลูกผม ผมใหม่จะเริ่มงอกให้เห็นประมาณ 3-4 เดือนแรก โดยจะเป็นเส้นผมเล็กๆ บางๆ และจะค่อยๆ หนาขึ้น แข็งแรงขึ้นจนเห็นผลชัดเจนเต็มที่ในช่วง 12-18 เดือน ซึ่งเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาอดทน โดยในช่วง 2 สัปดาห์แรกสำคัญมากที่ต้องดูแลให้รากผมฝังตัวได้ดี.

Timeline การงอกของเส้นผมหลังปลูกผม

- 2 สัปดาห์แรก:
สะเก็ดแผลจะเริ่มหลุดออก และรากผมที่ปลูกเริ่มฝังตัว การดูแลในช่วงนี้สำคัญที่สุด.
- 1-2 เดือน: ผมที่ปลูกไปอาจจะร่วงไปก่อน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ รากผมยังคงฝังตัวอยู่.
- 3-4 เดือน: ผมใหม่เริ่มงอกขึ้นมา เป็นเส้นเล็กๆ อ่อนๆ เหมือนลูกผม ทำให้ดูบางๆ.
- 6-7 เดือน: ผมเริ่มยาวและแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆ เห็นความหนาชัดเจนขึ้นมาก.
- 12-18 เดือน: ผลลัพธ์จะสมบูรณ์ที่สุด เส้นผมจะหนาและดูเป็นธรรมชาติเต็มที่.

ข้อควรรู้:
- การดูแลสำคัญ:
การดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี โดยเฉพาะ 2 สัปดาห์แรกหลังปลูก มีผลต่อผลลัพธ์โดยรวม.
- ความแตกต่างระหว่างบุคคล: ผลลัพธ์อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยของแต่ละคนและการดูแล.
- อดทน: กระบวนการปลูกผมต้องใช้เวลา อย่ากังวลหากเห็นผลไม่ชัดเจนในช่วงแรก.

ครีมเปลี่ยนสีผม ใช้แล้วผมบางจริงไหม ?
plus.svg

     คำตอบ คือ จริงสำหรับคนที่มีปัญหาแพ้ยาย้อมผม ใช้แล้วมีปัญหาผมร่วง กรณีเช่นนี้แนะนำให้เลิกใช้ แต่สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาการย้อมสีผม สามารถใช้ต่อได้ ไม่มีปัญหาอะไร รวมทั้งคนที่ปลูกผมก็สามารถย้อมผมได้ หลังจากที่หนังศีรษะกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยทางคลินิกเราแนะนำให้สามารถย้อมสีผมได้ หลังจากปลูกผมไปแล้ว อย่างน้อย 2 เดือน

วิธีการใช้ สเปรย์บำรุงเส้นผมแบบถูกวิธีเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด
plus.svg

     สำหรับคนที่ใช้สเปรย์ในการบำรุงผมแบบผิดวิธีกันอยู่นะครับ นอกจากจะได้ประสิทธิภาพในการดูแลผมที่ไม่ดีแล้ว ยังทำให้ผมเหนียว ผมมันอีก ยังไงเดี๋ยววันนี้เรามาดูกันดีกว่านะครับ ว่าใช้การยังไงให้ถูกวิธีแล้วก็ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด สำหรับการใช้สเปย์นะครับ จะต้องเริ่มต้นด้วยการแหวกหรือแซกให้เห็นแนวผม จากนั้นพ่นสเปรย์ลงที่แนวผม ให้แต่ละคนสังเกตกันนะครับว่าจะต้องพ่น 2 รึ 3 ครั้ง ให้สังเกตตามแนวผมของแต่ละคน หลังจากพ่นสเปรย์ลงที่แนวผมแล้วให้ทำการนวดกระจายตัวยาไปทั่วๆบริเวณหนังศีรษะ ถ้าเกิดสมมุติว่าใครอยากจะให้คิ้วดก คิ้วหนา เราก็สามารถมานวดที่คิ้วต่อได้เลยนะครับ สามารถนำมาป้ายละนวดต่อได้หมดเลยหนวด เครา หลังจากใช้เสร็จควรจะล้างมือให้สะอาด เพราะว่าสำหรับหลายคนที่เป็นผู้หญิง การที่ตัวของยาไปโดนตามบริเวณอื่นๆ ก็จะทำให้ขนหรือ เส้นขน มันหนาขึ้นนะครับ ทำให้ลำบากต้องมานั่งกำจัดขนกันอีกรอบนึง หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จแล้ว จะต้องปล่อยให้ตัวยาแห้งเอง เพราะจะทำให้ดึงประสิทธิภาพของยาได้สูงที่สุดนะครับ ถ้าเราไปไดร์ผม หรือเป่าผม ด้วยความร้อน จนไปทำให้ตัวยาแห้งเร็ว จนเกินไป ประสิทธิภาพของตัวยาก็จะไม่ได้สูง ตามที่เขาแนะนำ สำหรับใครที่ต้องใช้ในเวลา เช้า - เย็น หรือว่าใช้เฉพาะตอนเย็น ยาแต่ละตัว หรือผลิตภัณฑ์แต่ละตัว การออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไม่เหมือนกัน เราก็จะต้องมาปรับตามที่เขาให้ใช้นะครับ

Copyright © doctorchinclinic All rights reserved.
คลินิกปลูกผมนครสวรรค์

facebook iconline iconyoutube buttomtiktok iconphone call