อายุเยอะก็สามารถปลูกผมได้นะครับ ไม่ว่าจะเป็นมีอายุ 50 60 70 ปี ก็สามารถปลูกผมได้นะครับ เนื่องจาก การปลูกผมเป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก แต่ว่าเราจะใช้เวลาค่อนข้างนาน ในการปลูกนะครับ ใช้เวลาตั้งแต่ 4 - 6 ชั่วโมง ขึ้นไปนะครับ ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ในแต่ละเคส แต่ว่าทั้งนี้ทั้งนั้น เราอาจจะพิจารณาในเรื่องของโรคประจำตัว รึว่าการใช้ยามากกว่านะครับ แต่ก็ใช่ว่าคนที่มีโรคประจำตัวจะไม่สามารถปลูกผมได้นะครับ อาจจะต้องปรึกษาในเรื่องของคุณหมอที่ดูแลโรคประจำตัว ของแต่ละบุคคลก่อน ว่าสามารถปลูกผมได้หรือเปล่า มีข้อห้ามอะไรไหม ถ้ากรณีไม่มีข้อห้ามใดๆก็สามารถปลูกผมได้ครับ

การปลูกผม คือการย้ายราก เหมือนย้าย ต้นไม้ไปทั้งต้น ผมที่ย้ายจากด้านหลังไปจะไม่ได้ขึ้นแล้ว แต่จะไปขึ้นทางด้านหน้าแทน เป็นการกระจายความหนา จากทางด้านหลังมาด้านหน้า เพราะฉะนั้น คนที่ไม่มีผมเลย หรือผมน้อยมากๆจนเกินไป ก็จะไม่สามารถปลูกผมได้ครับ


สำหรับผู้ที่เข้ารับบริการปลูกผมที่ Dr. Chin Clinic แม้ว่าข้อมูลการดูแลรักษาโดยละเอียดและเฉพาะเจาะจงของทางคลินิกอาจไม่ได้มีการเผยแพร่ในช่องทางออนไลน์อย่างเป็นทางการ แต่โดยทั่วไปแล้ว การดูแลตัวเองหลังการปลูกผมถือเป็นขั้นตอนสำคัญอย่างยิ่งที่จะส่งผลต่อผลลัพธ์การขึ้นของเส้นผมใหม่ให้แข็งแรงและสมบูรณ์ที่สุด เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วนที่สุด แนะนำให้ติดต่อสอบถามโดยตรงกับทาง Dr. Chin Clinic เนื่องจากทีมแพทย์และเจ้าหน้าที่จะสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะสมกับเคสของคุณโดยเฉพาะ พร้อมทั้งอาจมีเอกสารคู่มือการดูแลตัวเองหลังปลูกผมมอบให้
แนวทางการดูแลตัวเองหลังปลูกผม
ช่วง 24-48 ชั่วโมงแรก
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณที่ปลูกผม: ไม่ว่าจะเป็นการเกา แคะ หรือสัมผัสโดยไม่จำเป็น เพื่อป้องกันกราฟผมที่ยังไม่แข็งแรงหลุดออก
- การนอน: ควรนอนให้ศีรษะสูงกว่าลำตัวประมาณ 45 องศา โดยใช้หมอน 2-3 ใบหนุนรอง เพื่อช่วยลดอาการบวม
- ระมัดระวังอุบัติเหตุ: ควรระวังเป็นพิเศษขณะขึ้น-ลงรถ หรือทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อไม่ให้ศีรษะกระทบกระเทือน
ช่วง 3-7 วันแรก
- การสระผม: โดยปกติแล้วคลินิกจะนัดให้เข้าไปสระผมในวันรุ่งขึ้นหลังการผ่าตัด และจะมีการสอนวิธีสระผมที่ถูกต้อง ควรใช้แชมพูสูตรอ่อนโยนตามที่คลินิกแนะนำ และใช้วิธีการซับเบาๆ แทนการถูหรือขยี้แรงๆ
- อาการบวม: อาจมีอาการบวมบริเวณหน้าผากหรือระหว่างคิ้ว ซึ่งเป็นอาการปกติและจะค่อยๆ ยุบลงเองภายใน 3-5 วัน
- งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และงดสูบบุหรี่: เนื่องจากจะส่งผลต่อการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงรากผม และทำให้แผลหายช้าลง
- การรับประทานยา: ควรรับประทานยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัด ทั้งยาแก้อักเสบและยาแก้ปวด
ช่วง 1-2 สัปดาห์แรก
- สะเก็ดแผล: บริเวณที่ปลูกผมจะเริ่มตกสะเก็ด ห้ามแกะหรือเกาโดยเด็ดขาด ควรปล่อยให้สะเก็ดหลุดลอกออกไปเองตามธรรมชาติ ซึ่งมักจะเริ่มหลุดออกหลังปลูกผมไปแล้วประมาณ 7-10 วัน
- งดการออกกำลังกายหนัก: หลีกเลี่ยงกิจกรรมที่ทำให้เหงื่อออกมาก หรือมีการกระทบกระเทือนศีรษะ เช่น การวิ่ง, ว่ายน้ำ, หรือการยกของหนัก
- หลีกเลี่ยงแสงแดดจัด: หากจำเป็นต้องออกไปกลางแจ้ง ควรสวมหมวกที่ไม่รัดแน่นจนเกินไป เพื่อป้องกันหนังศีรษะจากการโดนแสงแดดโดยตรง
หลัง 2 สัปดาห์ขึ้นไป
- การหลุดร่วงของเส้นผม: เป็นเรื่องปกติที่เส้นผมที่ปลูกไปจะเริ่มหลุดร่วงในช่วง 2-4 สัปดาห์แรก (ภาวะ Shock Loss) ไม่ต้องกังวลใจ เพราะรากผมยังคงอยู่และจะเริ่มสร้างเส้นผมใหม่ขึ้นมาในเดือนที่ 3-4 เป็นต้นไป
- การใช้ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผม: ควรปรึกษาแพทย์ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น สเปรย์ หรือเจลจัดแต่งทรงผม
การปฏิบัติตามคำแนะนำของหมออย่างเคร่งครัด คือหัวใจสำคัญที่จะทำให้การปลูกผมได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ดังนั้น การสอบถามข้อมูลโดยตรงจาก Dr. Chin Clinic จึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม
กราฟต์ = รูขุมขน
1 รูขุมขน จะมีเส้นผม 1-4 เส้น แต่ละบุคคลมีขนาดของบริเวณกระโหลกศีรษะและเส้นผมที่แตกต่างกัน จึงใช้ปริมาณ “กราฟต์” ไม่เท่ากัน

1.หลังทำเสร็จ ไม่ต้องลางาน ไม่ต้องพักฟื้น
2.การดูแลง่าย
3.แผลขนาดเล็ก ไม่เจ็บขณะทำ ทำให้ไม่จำเป็นต้องพักฟื้น หรือ ลางาน ตอบโจทย์ คนในปัจจุบัน ที่ลางานยาก


จำนวนกราฟท์ (Graft) หรือกอผมที่ต้องใช้ในการปลูกผมถาวรนั้นไม่มีตัวเลขที่ตายตัว แต่จะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัยเฉพาะบุคคล โดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจะเป็นผู้ประเมินและออกแบบการรักษาเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเหมาะสมกับคนไข้แต่ละรายมากที่สุด
โดยทั่วไป "1 กราฟท์" จะมีเส้นผมอยู่ประมาณ 1-4 เส้น ซึ่งการจะทราบว่าต้องใช้จำนวนกราฟท์เท่าไหร่นั้น หมอจะพิจารณาจากปัจจัยหลักดังต่อไปนี้
ปัจจัยสำคัญในการกำหนดจำนวนกราฟท์
1. ระดับความรุนแรงของศีรษะล้าน: เป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด โดยแพทย์มักใช้ มาตรวัดนอร์วูด (Norwood Scale) ในผู้ชาย และ มาตรวัดลุดวิก (Ludwig Scale) ในผู้หญิง เพื่อประเมินความรุนแรงและรูปแบบของผมร่วง ซึ่งจะช่วยให้คาดการณ์พื้นที่ที่ต้องใช้กราฟท์ได้
2. ขนาดของพื้นที่ที่ต้องการปลูก: พื้นที่ที่ต้องการปลูกมีขนาดกว้างมากน้อยเพียงใด เช่น การปรับแนวผมด้านหน้า, การเติมบริเวณกลางศีรษะ หรือการปลูกผมทั่วทั้งบริเวณที่ล้าน
3. ความหนาแน่นของเส้นผมที่ต้องการ: คนไข้ต้องการให้ผมที่ปลูกใหม่มีความหนาแน่นมากน้อยแค่ไหน โดยปกติความหนาแน่นที่ทำให้ดูเป็นธรรมชาติจะอยู่ที่ประมาณ 40-50 กราฟท์ต่อตารางเซนติเมตร
4. คุณภาพของผมในบริเวณที่นำออกมา (Donor Area): บริเวณท้ายทอยและหลังใบหูมีเส้นผมที่แข็งแรงและหนาแน่นเพียงพอที่จะนำออกมาใช้ได้มากน้อยแค่ไหน หากผมบริเวณนี้มีน้อยหรือบาง ก็อาจจำกัดจำนวนกราฟท์ที่สามารถปลูกได้
5. ลักษณะของเส้นผม: คนที่มีผมเส้นใหญ่ หนา หรือหยิกศก อาจใช้จำนวนกราฟท์น้อยกว่าคนที่มีผมเส้นเล็กและตรง เพื่อให้ได้ความหนาแน่นที่ดูใกล้เคียงกัน
สิ่งสำคัญที่ควรทราบ: ตัวเลขข้างต้นเป็นเพียงการประมาณการเบื้องต้นเท่านั้น การประเมินที่แม่นยำที่สุดต้องมาจากการปรึกษาคุณหมอโดยตรง เพื่อให้หมอได้วิเคราะห์โครงสร้างใบหน้า คุณภาพเส้นผม และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับคุณโดยเฉพาะ.
คือ จริงส่วนนึงครับสำหรับคนไข้ที่ต้องใช้ยาต่อเนื่อง คือ คนไข้ที่ผมบางจากสาเหตุทางพันธุกรรม ซึ่งผมบางตามพันธุกรรม เป็นคนไข้ส่วนใหญ่ที่เข้ามารักษาที่คลินิก การรับประทานยา ในคนไข้ที่ผมบางจากพันธุกรรมที่ปลูกผมแล้วไม่รักษาต่อเนื่องจะเกิดอะไรขึ้น ผมบริเวณที่ได้รับอิทธิพลจากฮฮร์โมนเพศชาย เส้นผมจะมีขนาดค่อยๆเล็กลง เป็น vellus hair และหายไปในที่สุด ก็จะเกิดช่องว่างขึ้น ซึ่งทางคลินิกเอง จะใส่กราฟผมลงไปบางส่วนในช่องว่างอีกส่วนนึงคือ คนไข้ที่มาปลูกผมเพื่อปรับกรอบหน้า โดยไม่ได้มีปัญหาศีรษะบางทางพันธุกรรม ก็ไม่จำเป็นต้องรับประทานยา แต่โดยธรรมชาติของเส้นผม เมื่ออายุมากขึ้น เส้นผมก็จะบางลง และขนาดของเส้นผมจะเล็กลง
คำตอบ คือ จริงสำหรับคนที่มีปัญหาแพ้ยาย้อมผม ใช้แล้วมีปัญหาผมร่วง กรณีเช่นนี้แนะนำให้เลิกใช้ แต่สำหรับคนที่ไม่มีปัญหาการย้อมสีผม สามารถใช้ต่อได้ ไม่มีปัญหาอะไร รวมทั้งคนที่ปลูกผมก็สามารถย้อมผมได้ หลังจากที่หนังศีรษะกลับมาเป็นปกติแล้ว โดยทางคลินิกเราแนะนำให้สามารถย้อมสีผมได้ หลังจากปลูกผมไปแล้ว อย่างน้อย 2 เดือน
สำหรับคนที่ใช้สเปรย์ในการบำรุงผมแบบผิดวิธีกันอยู่นะครับ นอกจากจะได้ประสิทธิภาพในการดูแลผมที่ไม่ดีแล้ว ยังทำให้ผมเหนียว ผมมันอีก ยังไงเดี๋ยววันนี้เรามาดูกันดีกว่านะครับ ว่าใช้การยังไงให้ถูกวิธีแล้วก็ได้ประสิทธิภาพสูงที่สุด สำหรับการใช้สเปย์นะครับ จะต้องเริ่มต้นด้วยการแหวกหรือแซกให้เห็นแนวผม จากนั้นพ่นสเปรย์ลงที่แนวผม ให้แต่ละคนสังเกตกันนะครับว่าจะต้องพ่น 2 รึ 3 ครั้ง ให้สังเกตตามแนวผมของแต่ละคน หลังจากพ่นสเปรย์ลงที่แนวผมแล้วให้ทำการนวดกระจายตัวยาไปทั่วๆบริเวณหนังศีรษะ ถ้าเกิดสมมุติว่าใครอยากจะให้คิ้วดก คิ้วหนา เราก็สามารถมานวดที่คิ้วต่อได้เลยนะครับ สามารถนำมาป้ายละนวดต่อได้หมดเลยหนวด เครา หลังจากใช้เสร็จควรจะล้างมือให้สะอาด เพราะว่าสำหรับหลายคนที่เป็นผู้หญิง การที่ตัวของยาไปโดนตามบริเวณอื่นๆ ก็จะทำให้ขนหรือ เส้นขน มันหนาขึ้นนะครับ ทำให้ลำบากต้องมานั่งกำจัดขนกันอีกรอบนึง หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จแล้ว จะต้องปล่อยให้ตัวยาแห้งเอง เพราะจะทำให้ดึงประสิทธิภาพของยาได้สูงที่สุดนะครับ ถ้าเราไปไดร์ผม หรือเป่าผม ด้วยความร้อน จนไปทำให้ตัวยาแห้งเร็ว จนเกินไป ประสิทธิภาพของตัวยาก็จะไม่ได้สูง ตามที่เขาแนะนำ สำหรับใครที่ต้องใช้ในเวลา เช้า - เย็น หรือว่าใช้เฉพาะตอนเย็น ยาแต่ละตัว หรือผลิตภัณฑ์แต่ละตัว การออกฤทธิ์ของยาแต่ละตัวไม่เหมือนกัน เราก็จะต้องมาปรับตามที่เขาให้ใช้นะครับ


